Browse Keyword
: : คำค้น : :
: : ค้นจาก : : 
: : ฐานข้อมูล : :

ค้นเฉพาะ e-book
: : คำค้น : :


 
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
QR for Android App
DSS Science eBook
e-book ของสำนักพิมพ์ CRC กว่า 6500 เล่ม
คู่มือการใช้งาน e-book ของ iGPublishing Platform
รายการ e-book ที่ให้บริการบน iGPublishing Platform
สำนักพิมพ์ Elsevier
e-book ของสำนักพิมพ์ iSmithers สาขาที่ควบคุมทางด้าน ยาง,กระจก,โพลีเมอร์
Britannica Academic Edition
Britannica Merriam Webster
แนะนำ ฐานข้อมูล
เว็บไซต์ด้านมาตรฐาน
เว็บไซต์เกี่ยวกับสิทธิบัตร
ฐานข้อมูล Electronic Journals อ่าน Fulltext ได้สำหรับบริการบุคลากรภายในกรมฯ
ฐานข้อมูล e-content (วารสารต่างประเทศ)
รายชื่อวารสารอภินันทนาการ
เว็บที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร/ระเบียบ Reach
ฐานข้อมูลแก้ไขปัญหาเกษตรกรรมขั้นพื้นฐาน
บริการสืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์
ฐานข้อมูลประมวลสารสนเทศเฉพาะเรื่อง
ประวัตินักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก
ฐานข้อมูลวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเซรามิก,แก้ว ...
ข้อมูลเอกสารรายงานการวิจัย
ฐานข้อมูลส่งเสริมเผยแพร่สารสนเทศสู่ชุมชน

สถิติจาก truehit.net


ตรวจสอบและติดตามข้อคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ
แผนการฝึกอบรมปี 2560
แผนการอบรมหลักสูตรถ่าย
ทอดเทคโนโลยี ปี 2560
ประกาศอัตราค่าบริการใหม่และ
การชำระค่าบริการ
รายชื่อฐานข้อมูลทั้งหมด
แนะนำเอกสารใหม่ 
  ลิงค์เว็บเพจแนะนำ
    เอกสารใหม่
  ดาวน์โหลดบัญชีรายชื่อ
    เอกสารใหม่
  คู่มือการใช้งาน
เว็บไดเร็คทอรี่ (web directory)
ข่าวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เว็บศูนย์ประสานงานสารนิเทศ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระดานถาม-ตอบ
เว็บไซต์ด้านวัสดุสัมผัสอาหาร
เว็บไซต์ด้านแก้ว
เว็บไซต์ด้านเซรามิก
เว็บไซต์คลังความรู้ OTOP
สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 
UTCC Central Library


นำโค้ดไปติดที่เว็บของท่านแล้ว
กรุณาแจ้งเราทาง E-mail ที่
Webmaster
 
 
 
 
 

เร่งปฏิวัติ ข้อมูลภาครัฐ เสริมศักยภาพไทยแลนด์ 4.0  

อีกครั้งที่มีการนำนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลมาถกกัน ครั้งนี้ในเวทีสัมมนาวิชาการประจำปีของสถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ภายใต้แนวคิด "ปฏิรูปรัฐ ปฏิวัติข้อมูล" "ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์" ประธาน ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า การเริ่มนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เป็นเรื่องที่ดี แต่จะทำให้เป็นไปได้จริงต้องมีข้อมูลที่ดี รองรับ เป็นยุคที่เศรษฐกิจต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูล นอกจากตัวข้อมูลเองเป็นปัจจัยการผลิตแล้ว ยังเป็นตัวเร่งที่ทำให้เกิดการเพิ่มผลิตภาพที่มากขึ้นด้วย "โลกทุกวันนี้ ใด ๆ ในโลกล้วนเต็มไปด้วยข้อมูล เมื่อเราใช้เงินเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยน เงินก็คือข้อมูล เช่นกันกับสุขภาพเราก็มาจาก DNA ที่เต็มไปด้วยข้อมูล"

แต่การได้มาซึ่งข้อมูลต้องมี "วงจรข้อมูล" มีการเก็บ จัดเก็บ แปลงให้ใช้ได้ วิเคราะห์ และปรับเข้ากับระบบ โดยวิวัฒนาการที่ทำให้เกิดความก้าวหน้าก้าวกระโดด มี 4 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่ Sensors เก็บข้อมูลจากทั่วโลก เข้ามาจัดเก็บในบิ๊กดาต้าสตอเรจ เอาปัญญาประดิษฐ์ (AI/Deep Learning) มาวิเคราะห์ เก็บใน Cloud Computing ให้พร้อมดึงไปใช้ ที่ผ่านมาองค์กรธุรกิจในไทยเริ่มทยอยใช้ Big Data วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อวางแผนและบริหารจัดการแล้ว ส่วนภาครัฐต้องปฏิวัติให้เปิดข้อมูลที่มีประสิทธิภาพด้วย ปฏิรูปรัฐปฏิวัติข้อมูล "จะก้าวไปไทยแลนด์4.0ไทยอยู่ตรงไหนบนโลก Data 4.0 มองไป Data 1.0 เป็นการเก็บข้อมูลรายงานของหน่วยราชการแล้วรายงานเป็นทอด ๆ ของไทยพอมีข้อมูลแบบนี้ความเชื่อถือได้ไม่ค่อยสูง และยังไม่เป็น Open Data ส่วน Data 2.0 ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจ อาทิ สำนักงานสถิติแห่งชาติ มีบ้าง แต่ไม่มาก และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการได้ข้อมูล Data 3.0 ข้อมูลเสมือนขนาดใหญ่ที่เอกชนเริ่มเก็บบ้าง แต่ภาครัฐไม่ได้ช่วยสนับสนุนใด ๆ Data 4.0 คือข้อมูลจริงขนาดใหญ่ ซึ่งในไทยจัดเก็บน้อยมาก" การปฏิวัติข้อมูลนำมาซึ่งโอกาสของเศรษฐกิจไทย แต่ยังมีความท้าทายสำคัญคือ เมื่อรู้ว่า ข้อมูลช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ต่างประเทศใช้ข้อมูลมาก เกิดปัญหาความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของข้อมูล การนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด หรือเลือกปฏิบัติกับผู้ด้อยโอกาส "แต่ไทยมีปัญหาตรงกันข้ามคือ ใช้ข้อมูลน้อยเกินไป ขาดความเข้าใจในการใช้ข้อมูล หน่วยงานเจ้าของข้อมูล หวงข้อมูลมองว่าข้อมูลเป็นช่องทางในการหารายได้เข้ารัฐ นโยบายและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องยังล้าสมัย การปฏิวัติข้อมูลเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตและกำหนดนโยบายที่ดีมีคุณภาพสูงบนฐานข้อมูล แทนกำหนดบนฐานความคาดเดา" ดังนั้น รัฐบาลควรกำหนดให้การเปิดเผยข้อมูลหน่วยงานรัฐเป็นวาระแห่งชาติ เหมือนกรณีที่รัฐบาลอเมริกา สมัยโอบามา ให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลที่ไม่กระทบกับส่วนบุคคล เพื่อนำไปสร้างธุรกิจ อาทิ เปิดเผยข้อมูล GPS (Global Positioning System) ระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก เดิมเป็นข้อมูลหน่วยงานความมั่นคง เมื่อเปิดให้นำไปใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจเกิดมูลค่าเศรษฐกิจ 5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อปี Open Data ไม่ใช่ PDFไฟล์ "รัฐบาลต้องประกาศแบบ Top-down และมีวิธีการที่ชัดเจน ย้ำให้ชัดว่า Open Data ที่หน่วยงานรัฐต้องเปิด คือต้องให้ฟรี อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์ประมวลผลต่อได้ ไม่ใช่เป็นแค่ PDF ไฟล์ ไม่มีการจำกัดสิทธิ์ว่าห้ามไปใช้นั่นนี่ ที่ผ่านมา สรอ. ก็ผลักดันแต่เป็นหน่วยงานระดับกรม จะผลักดันอะไรไม่ได้เท่ากับที่ประกาศให้เป็นนโยบายรัฐ เป็นวาระแห่งชาติ" สิ่งแรกที่ต้องเริ่มทำคือ ใช้ข้อมูลให้เป็น ใช้ให้ฉลาด รวมถึงสร้างความตื่นตัวของเอกชนให้เงินอุดหนุนในการทำและเปิดเผยข้อมูลที่ทันสมัยและถูกต้อง เลิกคิดหารายได้จากการขายข้อมูลที่มีในมือ สำหรับข้อมูลกลุ่มที่ต้องเร่งเปิดเผยคือ ข้อมูลทะเบียนธุรกิจ อุตุนิยมวิทยา ตารางเวลาขนส่ง ที่ดิน และราคาพืชผลเกษตร "ทุกวันนี้ข้อมูลเหล่านี้บางส่วนเปิดแค่ข้อมูลเบื้องต้น อย่างทะเบียนธุรกิจ เพราะกระทรวงพาณิชย์ไปทำสัญญากับเอกชนที่ขายข้อมูลธุรกิจ แลกกับการที่เอกชนช่วยบันทึกข้อมูลให้ เนื่องจากภาครัฐไปกำหนดให้ทุกบริษัทต้องส่งข้อมูลเป็นกระดาษแล้วไม่มีปัญญาบันทึกข้อมูลใส่ระบบให้ครบ หรือข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา ก็ไม่อัพเดต ข้อมูลฝนรายชั่วโมงก็เป็นข้อมูลตั้งแต่ปี 2557 หรือข้อมูลตารางเวลาที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์นำไปประมวลผลได้ ทำให้การวางแผนเดินทางของนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ใช้แอปพลิเคชั่นทำได้ยากขึ้น" Quick Win เศรษฐกิจไทย ด้วยทรัพยากรที่เท่ากัน มีการสำรวจพบว่า ไทยผลิตสินค้าและบริการได้แค่ 70% ขณะที่เกาหลีใต้มีศักยภาพผลิตได้ถึง 100% "อย่างแรกควรรณรงค์ ให้มีการทำบัญชี แค่เริ่มจากทำบัญชี ก็ทำให้ขาดทุนเป็นกำไรได้ ประหยัดพลังงาน บริหารจัดการทรัพยากร เป็นการพัฒนาบนฐานที่กว้าง คือเริ่มทำได้ในทุกธุรกิจ" เมื่อรัฐบาลก้าวสู่ ไทยแลนด์ 4.0 เศรษฐกิจบนฐานความรู้ ที่หวังว่าจะทำให้เติบโตอย่างมั่นคง ข้อมูลเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพทวีคูณ ทั้งการเพิ่มทางที่ดิน แรงงาน เงินทุน วัตถุดิบพลังงาน ความรู้ การสร้างความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ อาทิ กรณีผู้ให้บริการมือถือที่นำข้อมูลแผนที่มาผสานกับปริมาณการใช้ข้อมูล ทำให้เกิดแผนการติดตั้งเสาสัญญาณ ใช้ข้อมูลเพิ่ม 20% ดัน GDP โต ข้อมูลเป็นฐานความมั่งคั่งของเศรษฐกิจใหม่ อาทิ 183 บริษัทสตาร์ตอัพที่เป็นยูนิคอร์น เกือบทั้งหมดเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับข้อมูล อาทิ ประกันภัยรถยนต์ การกำหนดเบี้ยประกันภัย เดิมคิดตามหลักประชากร ไม่สะท้อนความเสี่ยงแท้จริง ปัจจุบันคำนวณตามพฤติกรรมการขับรถ โดยติด GPS ข้อมูลสร้างโมเดลใหม่ทางธุรกิจ อาทิ ฟินเทคที่เกี่ยวกับการโอนเงินระหว่างประเทศ อย่างบริษัท TransferWise ที่จับคู่ผู้ต้องการโอนเงินที่มีต้นทางและปลายทางในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อทำให้กลายเป็นการโอนเงินภายในประเทศแทน ส่งผลให้เสียค่าธรรมเนียมลดลงถึง 90% ข้อมูลช่วยลดพลังงาน ธุรกิจ "Cold Chain" กลุ่ม SCG โลจิสติกส์สินค้าควบคุมอุณหภูมิ ซึ่ง 40% ของต้นทุนคือค่าไฟฟ้า เมื่อใช้ข้อมูลตามที่ได้วัดในแต่ละจุดมาป้อนโปรแกรมให้เครื่องทำความเย็น ให้สอดคล้องกับอุณหภูมิภายนอกในแต่ละพื้นที่ ประหยัดพลังงานได้ถึง 17% หรือ 2 แสนบาทต่อเดือน มีผลิตภาพเพิ่ม 6%

กรณีไร่อ้อย บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด ที่ชัยภูมิ นำระบบสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ออกแบบให้มีการจัดรูปที่ดินแปลงใหญ่ เหมาะกับการใช้เครื่องจักร ปลูกอ้อยเป็นแนวยาวไม่ต้องกลับรถบ่อย ใช้การควบคุมเครื่องจักรด้วย GPS และ RTK ทำให้การใช้เครื่องจักรไม่ทับตาอ้อย รวมถึงใช้ภาพถ่ายดาวเทียม GIS วัดพื้นที่ปลูก ระบุพิกัดแปลง ด้วยแท็บเลต ใช้โดรนดูการเติบโต เพิ่มผลิตภาพถึง 34% หรือปัญหาคนขับแท็กซี่ ที่เช่ารถกะละ 12 ชั่วโมง แต่มีเวลาแค่ 7 ชั่วโมงหารายได้ เพราะเสียเวลาขับรถกลับอู่เปลี่ยนกะ "ออลไทยแท็กซี่" นำระบบข้อมูลมาช่วยแก้ปัญหานี้ "ถ้าเศรษฐกิจไทยใช้ข้อมูลแค่เพียง 1 ใน 5 ของกรณีตัวอย่าง หรือแค่ 20% GDP ประเทศเพิ่มขึ้น 0.82% หรือ 8.1 หมื่นล้าน ถ้าต้องการลดคอร์รัปชั่น สิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าคือการเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเต็มรูปแบบ เปิดให้เอกชน ระชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้" ขาดบุคลากรพันธุ์ใหม่ ขณะนี้ "ข้อมูล" เป็นสิ่งที่จำเป็นของโลกยุคใหม่ กำลังคนด้านข้อมูลของไทยยังมีน้อย ทั้งด้านคณิตศาสตร์ สถิติ คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะตำแหน่งนักวิทยาการด้านข้อมูล Data Scientist ที่จำเป็นต้องมีทักษะครบรวมถึงการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา SQL "กำลังคนที่มีทักษะอย่างน้อยด้านคณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ สถิติ มีราว 8.1 หมื่นคน ซึ่งอาจไม่ใช่รวมอยู่ในคนเดียว มีอัตราการเพิ่ม 7.3 พันคนต่อปี จบการศึกษาใหม่ปีละ 2.3 หมื่นคน ขณะที่ Data Scientist ยังไม่เคยมีการสำรวจจริงจังว่ามีกี่คน และควรมีกี่คน ปัญหาที่พบคือ การสำรวจความต้องการแรงงานปัจจุบันใช้การตอบแบบสอบถาม ซึ่งต้นทุนสูง ไม่สะท้อนทักษะที่ต้องการ เนื่องจากสิ่งที่ได้คือ ชื่อตำแหน่งงานและระดับการศึกษา ไม่ได้ให้ระบุว่าทักษะที่ต้องการใช้คืออะไรทั้งพบว่าเมื่อข้อมูลนำมาจัดหมวดหมู่ หลายตำแหน่งงานนำมารวมในหมวดเดียวกันทำให้สถาบันการศึกษานำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้น้อย ผลิตแรงงานไม่ตอบโจทย์ บัณฑิตที่จบมา มีแค่ 24% ขณะที่ยังมีวิธีที่ดีกว่าคือ การวิเคราะห์ข้อมูลจากประกาศรับสมัครงานออนไลน์ว่า นายจ้างต้องการทักษะใดจากลูกจ้าง ทั้งนำไปวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมเฉพาะเรียลไทม์ ทำให้ได้ข้อมูลอัพเดต ตรงความต้องการและคาดการณ์ตำแหน่งงานใหม่ได้ TDRI กำลังรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอให้รัฐบาลประกาศให้การปฏิรูปรัฐด้วยการปฏิวัติข้อมูลเป็นวาระแห่งชาติ ก่อนรัฐบาลครบวาระควรประกาศเอเจนด้านี้ให้ได้" ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์www.facebook.com/PrachachatOnline ทวิตเตอร์ @prachachat ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 17 มี.ค.60

อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม



   



   


   


   
Download Acrobat Reader

Best view with IE 5.0 or later version at 800x600
All comments please mail to
Webmaster
This site is copyright @ 2005 สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
75/7 ถ.พระรามหก แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์ : 0 2201 7252-6  โทรสาร : 0 2201 7251,65  e-mail : info@dss.go.th
Tuesday April 25, 2017 9:56 AM 8:49 PM
หน่วยงานนี้ทำข้อมูลโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการศึกษาค้นคว้าเท่านั้น มิใช่เพื่อการแสวงหาผลกำไร