อาชีพนักวิทย์ คิดแล้วรวย  

ถ้าคิดว่านักวิทยาศาสตร์ คือ มนุษย์สวมชุดขาวขลุกอยู่กับห้องแล็บและหลอดทดลอง คุณคิดถูกแล้ว แต่ไม่ทั้งหมด ยังมีอีกหลายคนที่ก้าวออกจากห้องแล็บ 

รศ.จิตต์ลัดดา ศักดาภิพาณิชย์ นักเคมีจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มต้นทำงานวิจัยตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยสร้างผลงานวิจัยมากมายจากการค้นคว้าทั้งในห้องปฏิบัติการ และลงพื้นที่จริง โดยอาศัยการปรับปรุงกระบวนการทางเคมีที่ถนัด จนวันนี้ กล้าที่จะออกมายืนยันว่าอาชีพนักวิทยาศาสตร์เป็นอาชีพที่ทำเงินได้ไม่แพ้อาชีพอื่น

 เธอ เล่าว่าช่วงเริ่มทำวิจัยเหมือนเด็กขี้สงสัย อยากรู้อยากเห็นไปหมด สมัยเริ่มโครงการวิจัยครั้งแรก มีโอกาสตามอาจารย์ที่ปรึกษาไปดูต้นยางพารา เห็นประโยชน์มากมายในน้ำยาง

 อาทิเช่น คุณสมบัติความทนทาน ยืดหยุ่น เมื่อเทียบกับยางสังเคราะห์ จึงรู้สึกสนใจกลับไปศึกษาดูว่า โครงสร้างทางเคมีของต้นยางเป็นอย่างไร สามารถต่อยอดทำอะไรได้อีก โดยไม่ได้คิดเลยว่าผลงานจากการวิจัยสามารถสร้างรายได้ตามมา

 "ผลงานชิ้นแรกที่ออกมา คือ ถุงมือยางพาราที่ปราศจากโปรตีนก่ออาการแพ้ ช่วยผู้สวมใส่ใช้อย่างปลอดภัยไม่แพ้คัน แค่เราเปลี่ยนโครงสร้างทางเคมีเล็กน้อย ถุงมือยางที่เคยถูกแบนจากประเทศคู่ค้า กลับมาขายได้อีกครั้ง นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้เดินหน้าทำงานวิจัยต่อ" นักวิจัยกล่าว

 งานวิจัยทุกโครงการที่ รศ.จิตต์ลัดดา ศึกษาและคิดค้นล้วนทำเพื่อตอบโจทย์ปัญหาของเอกชน เธอลุยวิจัยแม้กระทั่งการหาวิธีการนำหางน้ำยาง หรือยางสกิมของเสียจากโรงงานผลิตยางแผ่น มาพัฒนาเป็น แผ่นยางปิดแผล อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศอีกเช่นกัน

 จากถุงมือมาถึงถุงยางอนามัยที่มีความทนทาน ป้องกันเชื้อไวรัสได้ดีกว่า แผ่นยางปิดแผล หมากฝรั่งจากยางธรรมชาติ ยังมีอีกหลายผลงานที่เริ่มต้นจากความเข้าใจโครงสร้างทางเคมีของยางพารา ซึ่งนักเคมีหญิงคนไทยวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 25 ปี

 รศ.จิตต์ลัดดา มีสิทธิบัตรผลงานวิจัยเป็นของตัวเอง 15 สิทธิบัตร เป็นนักวิทยาศาสตร์หญิงที่มีตัวเลขในบัญชีขยับขึ้นตลอดเวลา ทันทีที่สินค้าที่แปรผลจากมันสมองของเธอถูกขายออกไปทุก 1 ชิ้น

 "รายได้จากส่วนแบ่งการขายสินค้า หรือค่า Royalty เป็นหนึ่งในข้อตกลงด้านสิทธิ และผลประโยชน์ ที่บริษัทเอกชนมอบให้แก่เจ้าของความคิด นอกเหนือจากการขายลิขสิทธิ์ผลงานวิจัย และค่าตอบแทนจากการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับบริษัทเอกชนที่สนใจ" เธออธิบายหลักการ

 ทุกวันนี้ มีเอกชนหลายรายในต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นเสนอให้ทุนวิจัย และตัดสินใจส่งคนเข้ามาทำงานวิจัยร่วมกับทีมของ รศ.จิตต์ลัดดา ที่มหาวิทยาลัยมหิดล ไม่ว่าจะเป็น บริษัทยางชั้นนำอย่าง บริดจสโตน โยโกฮามา ดัลล็อป และบริษัทผลิตหมากฝรั่งยอดนิยมอย่างลอตเต้ ก็เช่นกัน

 วันนี้นักวิจัยหญิง ในวัย 40 ปี ยังคงทำงานวิจัยอย่างสนุกแม้จะหยุดพัก จากโครงการวิจัยยางพารา มาศึกษาประโยชน์ของแมคคาเดเมีย แต่งานวิจัยของเธอก็ยังทำเงินได้ไม่แพ้กัน

 นักวิจัยหญิงบอกว่า แม้จะรู้จักยางพาราในทุกซอกมุม แต่ก็ใช่ว่าจะรู้จักแมคคาเดเมียได้เท่าน้ำยาง เธอได้รับโจทย์วิจัยจากโครงการหลวง ให้มองหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากเปลือกแมคคาเดเมียที่ถูกขัดทิ้ง และรอการกำจัดทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นสิ่งที่ท้าทายมากในขณะนั้น

 "ถ่านแมคคาเดเมียเป็นโจทย์แรกที่เราคิด แต่ไม่มีนักวิจัยที่ลงมือทำจริง เพราะต้องลงไปนั่งเผาถ่านจนหน้าดำ จนนักวิจัยในทีมตัดสินใจลาออกไปหลายคน ในขณะที่ตัวเองยังสู้ต่อ แม้จะมีท้อบ้างเหมือนกัน" เธอกล่าว แต่ผลของความทุ่มเทไม่เสียเปล่า ทุกวันนี้ เธอรู้จักแมคคาเดเมียทุกซอกทุกมุม รู้ว่าแท้จริงแล้วของเหลือทิ้งสามารถทำประโยชน์ได้มหาศาล

 คุณสมบัติเด่นในการแผ่รังสีความร้อนของแมคคาเดเมีย ถูกนำมาดัดแปลง เป็นสารเคลือบเส้นใยผ้า ทำให้ได้เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่น นอกเหนือจากผลพลอยได้อื่นๆ จากแมคคาดาเมีย ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามจากแมคคาเดเมีย ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาทุกชิ้น ล้วนมีงานวิจัยรองรับ

 รศ.จิตต์ลัดดา แนะว่า นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ หรือคนที่เริ่มสนใจหันมาเรียนเพื่อเป็นนักวิทยาศาสตร์จริงจัง และอยากประสบความสำเร็จจากอาชีพนี้ อย่างแรกต้องมีความสนใจ อุตสาหะ ใจกว้าง รักในสิ่งที่ทำ และไม่ย่อท้อแม้งานที่ทำนั้นจะไม่ใช่เรื่องถนัดก็ตาม

 "อาชีพทำงานในความหมายของนักวิทยาศาสตร์ ความรวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขและฐานะทางการเงิน แต่รวยเพราะได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ การทำงานที่ประสบความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้ แต่อยู่ที่การประยุกต์ใช้มากกว่า" เธอกล่าว

 นักเคมีจากมหาวิทยาลัยมหิดลยืนยันว่า ทุกวันนี้ อาชีพนักวิทยาศาสตร์ยังเป็นที่ต้องการของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ที่ลงทุนจ้างนักวิทยาศาสตร์ไปทำงานวิจัย จ้างเป็นที่ปรึกษา หรือแม้กระทั่งให้ทุนสร้างนักวิทยาศาสตร์หน้าใหม่ ในสาขาที่ต้องการ

 งานด้านวิทยาศาสตร์มีความสำคัญ งานวิจัยเป็นความจำเป็นของประเทศ หากจะวัดความเจริญของประเทศด้านเศรษฐกิจ เมื่อก่อนประเทศมหาอำนาจต้องเป็นประเทศที่เป็นเจ้าของวัตถุดิบ น้ำมัน แหล่งแร่ หรือไม่ก็ต้องเป็นประเทศที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ อาทิเช่น จีน ออสเตรเลีย และอเมริกา

  แต่ปัจจุบันมุมมองดังกล่าวได้เปลี่ยนไป ประเทศที่เป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ คือ ประเทศที่มีทรัพยากรมนุษย์ มีกระบวนการการพัฒนาสร้างนวัตกรรมจากฐานความรู้

 "การเข้าใจถึงหลักการธรรมชาติ ปฏิกิริยาเคมี เป็นผลให้เกิดงานวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยีเป็นนวัตกรรม ผลงานงานวิจัยจะสำเร็จได้ต้องถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงจะเป็นจักรกลที่พัฒนาประเทศได้" ศ.ดร.อมเรศ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการหน่วยพัฒนาธุรกิจ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยยืนยันอีกแรง

 อาชีพนักวิทยาศาสตร์วันนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ คงมีไม่กี่คนที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับไฮเทคโนโลยี ตั้งแต่ระดับระดับนาโนสเกล ไปจนถึงอวกาศ ไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ต้องเดินวอร์ดรักษาคนไข้ ใช้ชีวิตคลุกคลีกับผู้ป่วย เสี่ยงภัยน้อยกว่า แต่ก็สร้างเงินจากผลงานวิจัยกระเป๋าตุงได้เช่นกัน

อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม




   

Keyword Search  
Browse Search
: : คำค้น : :
: : ค้นจาก : : 
: : ฐานข้อมูล : :
กระดานถาม-ตอบ
 
แผนการฝึกอบรมปี 2556 
รายชื่อฐานข้อมูลทั้งหมด
แนะนำเอกสารใหม
  ลิงค์เว็บเพจแนะนำเอกสาร
ใหม่
  ดาวน์โหลดบัญชีรายชื่อ
เอกสารใหม่
เว็บไดเร็คทอรี่ (web directory)
นิทรรศการบนเว็บไซต์
ข่าวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เว็บศูนย์ประสานงานสารนิเทศ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 
??????
?????
??????
????/? Reach
???
???????
? Electronic Journals ? Fulltext ??????
?????????
????????
????????, ...
???
? e-content
?????
 


นำโค้ดไปติดที่เว็บของท่านแล้ว
กรุณาแจ้งเราทาง E-mail ที่
Webmaster
 
 

สถิติจาก truehit.net


Download Acrobat Reader

Best view with IE 5.0 or later version at 800x600
All comments please mail to
Webmaster

This site is copyright @ 2005 สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
75/7 ถ.พระรามหก แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร 0 2201 7256 แฟกซ์ 0 2201 7265
Email : info@dss.go.th

ปรับปรุง : Friday October 11, 2013 10:39 AM->
หน่วยงานนี้ทำข้อมูลโดยมีวัตถุึประสงค์หลักเพื่อการศึกษาค้นคว้าเท่านั้น มิใช่เพื่อการแสวงหาผลกำไร