Browse Keyword
: : คำค้น : :
: : ค้นจาก : : 
: : ฐานข้อมูล : :

ค้นเฉพาะ e-book
: : คำค้น : :


 
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
QR for Android App
DSS Science eBook
e-book ของสำนักพิมพ์ CRC กว่า 6500 เล่ม
คู่มือการใช้งาน e-book ของ iGPublishing Platform
รายการ e-book ที่ให้บริการบน iGPublishing Platform
สำนักพิมพ์ Elsevier
e-book ของสำนักพิมพ์ iSmithers สาขาที่ควบคุมทางด้าน ยาง,กระจก,โพลีเมอร์
Britannica Academic Edition
Britannica Merriam Webster
แนะนำ ฐานข้อมูล
เว็บไซต์ด้านมาตรฐาน
เว็บไซต์เกี่ยวกับสิทธิบัตร
ฐานข้อมูล Electronic Journals อ่าน Fulltext ได้สำหรับบริการบุคลากรภายในกรมฯ
ฐานข้อมูล e-content (วารสารต่างประเทศ)
รายชื่อวารสารอภินันทนาการ
เว็บที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร/ระเบียบ Reach
ฐานข้อมูลแก้ไขปัญหาเกษตรกรรมขั้นพื้นฐาน
บริการสืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์
ฐานข้อมูลประมวลสารสนเทศเฉพาะเรื่อง
ประวัตินักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก
ฐานข้อมูลวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเซรามิก,แก้ว ...
ข้อมูลเอกสารรายงานการวิจัย
ฐานข้อมูลส่งเสริมเผยแพร่สารสนเทศสู่ชุมชน

สถิติจาก truehit.net


ตรวจสอบและติดตามข้อคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ
แผนการฝึกอบรมปี 2560
แผนการอบรมหลักสูตรถ่าย
ทอดเทคโนโลยี ปี 2560
ประกาศอัตราค่าบริการใหม่และ
การชำระค่าบริการ
รายชื่อฐานข้อมูลทั้งหมด
แนะนำเอกสารใหม่ 
  ลิงค์เว็บเพจแนะนำ
    เอกสารใหม่
  ดาวน์โหลดบัญชีรายชื่อ
    เอกสารใหม่
  คู่มือการใช้งาน
เว็บไดเร็คทอรี่ (web directory)
ข่าวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เว็บศูนย์ประสานงานสารนิเทศ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระดานถาม-ตอบ
เว็บไซต์ด้านวัสดุสัมผัสอาหาร
เว็บไซต์ด้านแก้ว
เว็บไซต์ด้านเซรามิก
เว็บไซต์คลังความรู้ OTOP
สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 
UTCC Central Library


นำโค้ดไปติดที่เว็บของท่านแล้ว
กรุณาแจ้งเราทาง E-mail ที่
Webmaster
 
 
 
 
 

มนุษย์ดึกดำบรรพ์ “นีแอนเดอร์ทัล” รู้จักใช้แอสไพรินมาเกือบ 50,000 ปี  

นับเป็นการค้นพบที่น่าทึ่งเดียวเมื่อนักวิทยาศาสตร์พบว่า “นีแอนเดอร์ทัล” มนุษย์ดึกดำบรรพ์อีกสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วนั้น รู้จักใช้สมุนไพรที่ผลิตยาแก้ปวดและฆ่าเชื้อรักษาอาการปวดฟันมานานเกือบ 50,000 ปีแล้ว สมุนไพรดังกล่าวผลิตตัวยาเดียวกับ “แอสไพริน” ที่มนุษย์ยุคใหม่เพิ่งผลิตได้ นักวิจัยได้วิเคราะห์ฟันของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล (Neanderthal) วัยหนุ่มที่มีอาการปวดฟันจนเป็นหนอง และพบร่องรอยว่าหนุ่มดึกดำบรรพ์ซึ่งอาศัยอยู่ในเอลซีดรอนของสเปนในปัจจุบันนั้น ได้กินเชื้อ “เพนิซิลเลียม” (Penicillium) ที่เป็นยาปฏิชีวนะ และเคี้ยวชิ้นส่วนของต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งมีกรดซาลิไซลิค (salicylic acid) เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ของยาแอสไพรินในปัจจุบัน งานวิจัยที่เพิ่งเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์นี้ระบุถึงฟอสซิลกรามของมนุษย์วัยหนุ่มที่มีโพรงหนองอยู่ และคราบแบคทีเรียบนผิวฟันยังมีร่องรอยของปรสิตทางเดินอาหารที่เป็นสาเหตุของโรคท้องเฉียบพลัน ซึ่งจากรายงานของเอเอฟพีนั้นทีมวิจัยได้ระบุลงวารสารวิชาการว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลคนนี้มีอาการเจ็บป่วยอย่างชัดเจน อลัน คูเปอร์ (Alan Cooper) จากศูนย์ดีเอ็นเอดึกดำบรรพ์แห่งออสเตรเลีย (Australian Centre for Ancient DNA: ACAD) ของมหาวิทยาลัยอะดีเลด (University of Adelaide) ผู้ร่วมวิจัยกล่าวถึงหลักฐานที่พบว่า นีแอนเดอร์ทัลได้แสดงให้เห็นว่ามีความรู้ค่อนข้างดีเกี่ยวกับพืชเป็นยา และมีความรู้ดีเกี่ยวกับคุณสมบัติป้องกันการติดเชื้อและบรรเทาปวด อีกทั้งหลักฐานที่เห็นยังแสดงว่าเป็นการรักษาทางยาด้วยตัวเอง การค้นพบครั้งนี้คูเปอร์บอกว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งอย่างชัดเจนต่อมุมมองของมนุษย์ยุคใหม่ที่มีต่อญาติดึกดำบรรพ์ และการศึกษาครั้งนี้ยังเป็นการเปลี่ยนมุมมองใหม่ที่เรามีต่อญาติของมนุษย์ที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว ว่าเป็นมนุษย์กะโหลกหนาและสมองช้า ไปสู่มุมมองที่เป็นบวกมากขึ้น งานวิจัยอื่นๆ ก่อนหน้านี้ได้เริ่มร่างภาพใหม่ของนีแอนเดอร์ทัลให้เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดซับซ้อนขึ้น เป็นมนุษย์ผู้สร้างศิลปะในถ้ำ ดูแลผู้สูงวัย ฝังสมาชิกที่เสียชีวิต และอาจจะเป็นช่างผลิตเครื่องประดับกลุ่มแรกด้วย แม้ว่าพวกเขาอาจจะเป็นมนุษย์กินคนด้วยก็ตาม เมื่อปี 2012 มีงานวิจัยที่พบว่า มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลนั้นรู้จักใช้สมุนไพรอย่างต้นยาร์โรว์ (yarrow) สมุนไพรที่พบในยุโรปและต้นคาร์โมมายล์ ทั้งนี้ มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลนั้นอาศัยอยู่ในบางพื้นที่ของยุโรป เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง มานาน 300,000 ปี และปรากฏว่าสาปสูญไปหมดเมื่อประมาณ 40,000 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาใกล้เคียงกับเหตุการณ์ที่มนุษย์โฮโมซาเปียนส์ที่อพยพออกจากแอฟริกามาถึง โดยแอฟริกานั้นถิ่นกำเนิดของมนุษย์ยุคใหม่ที่อุบัติขึ้นเมื่อประมาณ 200,000 ปีก่อน มนุษย์นีแอนเดอร์ทัลและมนุษย์โฮโมซาเปียนส์นั้นได้ผสมข้ามพันธุ์กัน โดยมนุษย์ยุคใหม่ทั่วโลกมีสัดส่วนดีเอ็นเอของนีแอนเดอร์ทัลร่วมกันอยู่น้อยกว่า 2% ยกเว้นมนุษย์ในแอฟริกาที่ไม่ปรากฏว่าเคยมีมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลอาศัยอยู่ สำหรับการศึกษาล่าสุดนี้ ทีมวิจัยนานาชาติได้ร่วมกันวิเคราะห์พันธุกรรมของดีเอ็นเอที่ติดอยู่ในคราบฟันของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัล 4 คน โดยมี 2 คนมาจากถ้ำสปายเคฟ (Spy Cave) ในเบลเยียม และอีก 2 คน จากเอลซีดรอน คราบจุลินทรีย์ที่จับตัวเป็นหินปูนช่วยรักษาดีเอ็นเอของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ปาก หลอดลมและกระเพาะ รวมถึงเศษอาหารที่ติดอยู่ในซอกฟันบางส่วน และภายหลังได้เผยให้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตนี้กินอะไรเข้าไป และสุขภาพขณะนั้นเป็นอย่างไร จากคราบจุลินทรีย์เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยวิเคราะห์หาพันธุกรรม ทีมวิจัยสรุปว่านีแอนเดอร์ทัลจากเบลเยียมนั้นกินแรดขนยาว แกะป่าและเห็ดเป็นอาหาร โดยดำรงชีวิตในรุปแบบนักล่าและเก็บกินอาหาร ส่วนนีแอนเดอร์ทัลจากสเปนไม่ปรากฏหลักฐานว่ากินเนื้อเป็นอาหาร แต่พบว่ากินอาหารจำพวกมังสวิรัติอย่างหลากหลาย ตั้งแต่ผลต้นสน มอส เห็ด และเปลือกไม้ ส่วนร่องรอยของสมุนไพรและเพนิซิลเลียมที่พบในคราบจุลินทรีย์ในปากนั้น พบเพียงในปากของนีแอนเดอร์ทัลป่วยจากสเปนเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ด้าน ลอรา เวย์ริช (Laura Weyrich) หัวหน้าทีมศึกษาครั้งนี้และมาจากศูนย์ดีเอ็นเอดึกดำบรรพ์แห่งออสเตรเลียเช่นกัน เสริมแก่ทางเอเอฟพีว่าสภาพแวดล้อมของเอลซีดรอนในยุคที่นีแอนเดอร์ทัลอาศัยอยู่นั้นเป็นป่าทึบ ในขณะที่นีแอนเดอร์ทัลจากสปายเคฟนั้นอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เป็นที่ราบกว้างใหญ่ จึงไม่ยากที่จะจินตนาการได้ว่า บริเวณดังกล่าวแวดล้อมไปด้วยสัตว์ป่าที่เป็นแหล่งอาหารหลักของนีแอนเดอร์ทัลจากเบลเยียม ผู้จัดการออนไลน์ 9 มี.ค.60

อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม



   



   


   


   
Download Acrobat Reader

Best view with IE 5.0 or later version at 800x600
All comments please mail to
Webmaster
This site is copyright @ 2005 สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
75/7 ถ.พระรามหก แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์ : 0 2201 7252-6  โทรสาร : 0 2201 7251,65  e-mail : info@dss.go.th
Tuesday April 25, 2017 9:56 AM 8:49 PM
หน่วยงานนี้ทำข้อมูลโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการศึกษาค้นคว้าเท่านั้น มิใช่เพื่อการแสวงหาผลกำไร