หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
QR for Android App
Test Library System
QR for Android App
DSS Science eBook
Standard Collection
OECD Agriculture and Food
คู่มือการใช้งาน e-book ของ iGPublishing Platform
รายการ e-book ที่ให้บริการบน iGPublishing Platform
สำนักพิมพ์ Elsevier
e-book ของสำนักพิมพ์ iSmithers สาขาที่ควบคุมทางด้าน ยาง,กระจก,โพลีเมอร์
Britannica Academic Edition
Britannica Merriam Webster
แนะนำ ฐานข้อมูล
เว็บไซต์ด้านมาตรฐาน
เว็บไซต์เกี่ยวกับสิทธิบัตร
ฐานข้อมูล Electronic Journals อ่าน Fulltext ได้สำหรับบริการบุคลากรภายในกรมฯ
ฐานข้อมูล e-content (วารสารต่างประเทศ)
รายชื่อวารสารอภินันทนาการ
เว็บที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร/ระเบียบ Reach
ฐานข้อมูลแก้ไขปัญหาเกษตรกรรมขั้นพื้นฐาน
บริการสืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์
ฐานข้อมูลประมวลสารสนเทศเฉพาะเรื่อง
ประวัตินักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก
ฐานข้อมูลวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเซรามิก,แก้ว ...
ข้อมูลเอกสารรายงานการวิจัย
ฐานข้อมูลส่งเสริมเผยแพร่สารสนเทศสู่ชุมชน

สถิติจาก truehit.net


Browse Keyword e-book
ค้นจาก : คำค้น :  

ตรวจสอบและติดตามข้อคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ
แผนการฝึกอบรมปี 2561
แผนการอบรมหลักสูตรถ่าย
ทอดเทคโนโลยี ปี 2561
ประกาศอัตราค่าบริการใหม่และ
การชำระค่าบริการ
รายชื่อฐานข้อมูลทั้งหมด
แนะนำเอกสารใหม่ 
  ลิงค์เว็บเพจแนะนำ
    เอกสารใหม่
  ดาวน์โหลดบัญชีรายชื่อ
    เอกสารใหม่
  คู่มือการใช้งาน
เว็บไดเร็คทอรี่ (web directory)
ข่าวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เว็บศูนย์ประสานงานสารนิเทศ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระดานถาม-ตอบ
เว็บไซต์ด้านวัสดุสัมผัสอาหาร
เว็บไซต์ด้านแก้ว
เว็บไซต์ด้านเซรามิก
เว็บไซต์คลังความรู้ OTOP
ห้องปฏิบัติการยางและผลิตภัณฑ์ยาง
 
สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 
UTCC Central Library


นำโค้ดไปติดที่เว็บของท่านแล้ว
กรุณาแจ้งเราทาง E-mail ที่
Webmaster
 
 
 
 
 

ไทย-จีน จับมือผุด "วิทยาลัยยางพาราไทยจีน" เชื่อม ม.อ.-ม.เทคโนโลยีชิงเต่า ผลิตบุคลากร ยกระดับอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง  

ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีน ลงนามความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ม.เทคโนโลยีชิงเต่า ผลักดัน “วิทยาลัยยางพาราไทยจีน” ยกระดับอุตสาหกรรมยางพาราไทย พร้อมผลิตหลักสูตรร่วมสองชาติ ด้านจีนตั้ง “พินิจ จารุสมบัติ” เป็นอธิการบดีกิตติมศักดิ์วิทยาลัย วันนี้ (21 มี.ค.) ที่มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชิงเต่า มณฑลซานตง ประเทศจีน มีการลงนามความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างสภาวัฒนธรรมไทยจีน โดยนายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ และนายหม่า เหลียนเซียง อธิการบดี ม.เทคโนโลยีชิงเต่า เพื่อร่วมมือผลักดันวิทยาลัยนานาชาติยางพาราไทย-จีน (泰中国际橡胶学院) ผลิตบุคลากรรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยางพารา โดยมีสักขีพยานเป็นบุคคลสำคัญประกอบไปด้วย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายหลิว ซิงหยุน เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมหาวิทยาลัยชิงเต่า นางวรพรรณี ดำรงมณี รองกงสุลใหญ่ ณ นครชิงเต่า นายหลิว เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมหาวิทยาลัยชิงเต่าระบุว่าความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ความร่วมมือระหว่างไทยจีน ตามยุทธศาสตร์ One Belt, One Road (一带一路) ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่จะทำให้ภูมิภาคต่างๆ ของโลกมีความร่วมมือกันมากขึ้น มีสันติสุข มีความรุ่งเรือง ช่วยแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจและความยากจน ในเส้นทางการค้าทางบกและทางทะเล นายพินิจกล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เพียงแค่คิดก็เป็นกำไรแล้ว โดยเป็นกำไรของทั้งสองประเทศ เพราะเป็นความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของทั้งสองประเทศคือ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชิงเต่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตวัตถุดิบด้านยางพาราอันดับหนึ่งของโลก คือ ปีหนึ่งประมาณ 4 ล้าน 2 แสนตัน ส่วนประเทศจีนก็เป็นประเทศผู้ใช้วัตถุดิบยางพาราอันดับหนึ่งของโลกเช่นเดียวกัน ซื้อจากประเทศไทยปีหนึ่งประมาณ 2 ล้าน 6 แสนตัน หรือประมาณร้อยละ 60 ของการใช้ของประเทศจีน ดังนั้นเมื่อมาพบกันจะเป็นวินวินทั้งสองฝ่าย” ประธานสภาวัฒนธรรมไทยจีนระบุ และว่า“ผมคิดไม่ถึงว่าจากยุทธศาสตร์ประชารัฐของท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงวันนี้จะถูกพัฒนามีรูปธรรมเป็นความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีชิงเต่า ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำทางภาคตะวันออกของจีน วันนี้โรงงานยางรถยนต์ที่อยู่ในมณฑลซานตง และมณฑลอื่นๆ ไปลงทุนตั้งโรงงานในประเทศไทย 4-5 โรงงาน นายพินิจกล่าวอีกว่า สำหรับความร่วมมือระหว่าง ม.สงขลานครินทร์กับ ม.เทคโนโลยีชิงเต่านั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าการไปมาหาสู่ระหว่างสองสถาบันนั้นจะเป็นไปด้วยความรวดเร็วกว่าในอดีตมาก ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางทางเรือ ซึ่งเมืองทั้งสองล้วนแล้วแต่เป็นเมืองท่า ขณะที่หากเดินทางทางเครื่องบินระหว่างสองเมืองก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น อนึ่ง วิทยาลัยนานาชาติยางพาราไทย-จีน เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา โดยวางแผนจะเปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาวิศวกรรมวัสดุโพลิเมอร์, วิศวกรรมเครื่องกล และวิศวกรรมอัตโนมัติ ในสองรูปแบบคือ แบบปกติ เรียนที่จีนอย่างเดียวเป็นเวลา 4 ปี และแบบ 2+2 คือเรียนที่ ม.สงขลานครินทร์ 2 ปี และ ม.เทคโนโลยีชิงเต่า 2 ปี โดยแบบ 2+2 ผู้จบการศึกษาจะได้รับปริญญาจากทั้งสองมหาวิทยาลัยในสองประเทศ นอกจากนี้ยังมีแผนจะเปิดรับนักศึกษาในระดับปริญญาโทอีกด้วย โดยแบ่งเป็นสองรูปแบบเช่นกัน คือแบบปกติ และแบบ 1+1 (เรียนที่ไทย 1 ปี และเรียนที่จีน 1 ปี) ในงานนี้ ทางมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชิงเต่ายังได้แต่งตั้งนายพินิจเป็นอธิการบดีกิตติมศักดิ์ของวิทยาลัยนานาชาติยางพาราไทย-จีนอีกด้วย โดยจะมีการรับนักศึกษาชุดแรกในปี 2560 นี้ ข้อมูลจาก สถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เมื่อปี 2556 ระบุว่า ไทยมีส่วนแบ่งในตลาดยางพาราธรรมชาติของจีนมากกว่าครึ่งของการนำเข้าทั้งหมด โดยในปี 2555 ไทยสามารถส่งออกไปยังจีนประมาณ 1.1 ล้านตัน รองลงมาเป็นการส่งออกยางสังเคราะห์ปริมาณ 1.4 ล้านตัน ทั้งนี้ปริมาณที่ไทยส่งออกยางพาราไปยังจีนนั้นคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของปริมาณการส่งออกทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีการคาดการณ์ว่าในปี 2563 จีนจะมีความต้องการใช้ยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นสูงปีละ 11.5 ล้านตัน เป็นสัดส่วน 1 ใน 3 ของผลผลิตยางพาราโลก โดยจีนไม่มีมาตรการจำกัดปริมาณการนำเข้ายางธรรมชาติ แต่ผู้นำเข้าต้องเป็นบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากรัฐบาล โดยที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จากข้อตกลงเขตการคาเสรีอาเซียน-จีน เนื่องจากจีนจัดให้ยางธรรมชาติเป็นสินค้าที่มีความอ่อนไหว จึงมีการเก็บอัตราภาษีนำเข้ายางธรรมชาติ ยางแผ่นรมควันและยางแท่งอยู่ที่ร้อยละ 20 น้ำยางข้นเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 7.5 อีกทั้งการนำเข้ายางทุกประเภทจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกร้อยละ 17 ผู้จัดการออนไลน์ 21 มี.ค.60

อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม







   




   
   
   

 

 

This site is copyright @ 2005 สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
75/7 ถ.พระรามหก แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์ : 0 2201 7252-6  โทรสาร : 0 2201 7251,65  e-mail : info@dss.go.th

Tuesday February 13, 2018 8:49 AM 8:49 PM
หน่วยงานนี้ทำข้อมูลโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการศึกษาค้นคว้าเท่านั้น มิใช่เพื่อการแสวงหาผลกำไร