Library Subject Cloud
Air Pollution. Biochemistry. Chemistry, Analytic Quantitative. Chemistry, Analytic. Chemistry, Inorganic. Chemistry, Organic. Chemistry, Physical and theoretical. Chemistry. Children's literature. Chromatographic analysis. Food Analysis. Food Microbiology. Food Preservation. Food additives. Food industry and trade. Food. Nutrition. Physics. Plastics. Polymers and polymerization. Polymers. Rubber. Water Analysis. Water Purification. การบริหารงานบุคคล. ภูมิพลอดุลยเดช, พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา, 2470- พระราชกรณียกิจ. วรรณกรรมสำหรับเด็ก. วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยี. วิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชน. โสตทัศนวัสดุ.

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
QR for Android App
Test Library System
QR for Android App
DSS Science eBook
Standard Collection
OECD Agriculture and Food
คู่มือการใช้งาน e-book ของ iGPublishing Platform
รายการ e-book ที่ให้บริการบน iGPublishing Platform
สำนักพิมพ์ Elsevier
e-book ของสำนักพิมพ์ iSmithers สาขาที่ควบคุมทางด้าน ยาง,กระจก,โพลีเมอร์
Britannica Academic Edition
Britannica Merriam Webster
แนะนำ ฐานข้อมูล
เว็บไซต์ด้านมาตรฐาน
เว็บไซต์เกี่ยวกับสิทธิบัตร
ฐานข้อมูล Electronic Journals อ่าน Fulltext ได้สำหรับบริการบุคลากรภายในกรมฯ
ฐานข้อมูล e-content (วารสารต่างประเทศ)
รายชื่อวารสารอภินันทนาการ
เว็บที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร/ระเบียบ Reach
ฐานข้อมูลแก้ไขปัญหาเกษตรกรรมขั้นพื้นฐาน
บริการสืบค้นข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์
ฐานข้อมูลประมวลสารสนเทศเฉพาะเรื่อง
ประวัตินักวิทยาศาสตร์ที่สำคัญของโลก
ฐานข้อมูลวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมเซรามิก,แก้ว ...
ข้อมูลเอกสารรายงานการวิจัย
ฐานข้อมูลส่งเสริมเผยแพร่สารสนเทศสู่ชุมชน

สถิติจาก truehit.net


ตรวจสอบและติดตามข้อคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ
แผนการฝึกอบรมปี 2561
แผนการอบรมหลักสูตรถ่าย
ทอดเทคโนโลยี ปี 2561
ประกาศอัตราค่าบริการใหม่และ
การชำระค่าบริการ
รายชื่อฐานข้อมูลทั้งหมด
แนะนำเอกสารใหม่ 
  ลิงค์เว็บเพจแนะนำ
    เอกสารใหม่
  ดาวน์โหลดบัญชีรายชื่อ
    เอกสารใหม่
  คู่มือการใช้งาน
เว็บไดเร็คทอรี่ (web directory)
ข่าวด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เว็บศูนย์ประสานงานสารนิเทศ
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
กระดานถาม-ตอบ
เว็บไซต์ด้านวัสดุสัมผัสอาหาร
เว็บไซต์ด้านแก้ว
เว็บไซต์ด้านเซรามิก
เว็บไซต์คลังความรู้ OTOP
ห้องปฏิบัติการยางและผลิตภัณฑ์ยาง
 
สำนักงานที่ปรึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
 
UTCC Central Library


นำโค้ดไปติดที่เว็บของท่านแล้ว
กรุณาแจ้งเราทาง E-mail ที่
Webmaster
 
 
 
 
 

อย.จ่อตรวจอาหารอ้าง “ไขมันทรานส์ 0%” หวั่นหลอกลวง เปิด 3 มาตรการเข้มหลังแบนไขมันทรานส์  

อย.เผยหลังแบน “ไขมันทรานส์” 9 ม.ค. 62 ลงตรวจเข้ม “ผู้ผลิตน้ำมัน” ห้ามเติมไฮโดรเจนบางส่วน จี้แสดงสูตรอาหารไร้น้ำมันเติมไฮโดรเจน พร้อมสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์เสี่ยง เตือนอย่าฉวยโอกาสโฆษณาปลอดไขมันทรานส์ 0% เตรียมตรวจสอบด้วยเช่นกัน หวั่นโอ้อวดเกินจริง สถาบันโภชนาการ ย้ำ แม้ไร้ไขมันทรานส์ แต่มีโอกาสรับไขมันอิ่มตัวสูง เผยสุ่มตรวจอาหารเจอไขมันอิ่มตัวสูงกว่าเกณฑ์มากกว่าไขมันทรานส์ วันนี้ (24 ก.ค.) ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. น.ส.สุภัทรา บุญเสริม ผู้อำนวยการสำนักอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงข่าว “ความจริงไขมันทรานส์” ว่า หลังจาก อย.ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนและอาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ทำให้เกิดไขมันทรานส์ขึ้น โดยมีผลวันที่ 9 ม.ค. 2562 นั้น ไม่อยากให้ประชาชนเกิดความตระหนกเกินไป ยืนยันว่า น้ำมันที่ใช้ตามบ้าน ทั้งน้ำมันปาล์ม และน้ำมันพืช ยังสามารถใช้ได้ตามปกติ ส่วนข้อกังวลว่า หลังการบังคับใช้กฎหมาย จะมีการเติมสารไฮโดรเจนบางส่วนลงในน้ำมันหรือมีการผลิตอาหารโดยใช้น้ำมันที่เติมไฮโดรเจนนั้น ปัจจุบันมีผู้ผลิตน้ำมันในประเทศเพียง 3 ราย ก็จะตรวจสอบว่ามีการเติมลงไปหรือไม่ ส่วนน้ำมันและอาหารที่นำเข้าจากต่างประเทศ ก็ต้องแสดงให้เห็นว่าไม่มีการใช้น้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจนบางส่วน และในการขออนุญาตผลิตภัณฑ์อาหาร อย.ก็จะตรวจสอบว่าสูตรในการผลิตไม่มีการใช้น้ำมันที่เติมไฮโดรเจนบางส่วน โดยจะมีการสุ่มลงไปตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารที่มีความเสี่ยงด้วย น.ส.สุภัทรา กล่าวว่า ที่น่ากังวล คือ ขณะนี้มีผู้ประกอบการบางรายใช้โอกาสนี้โฆษณาว่า ผลิตภัณฑ์ปลอดไขมันทรานส์ หรือไขมันทรานส์ 0% ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน จึงขอให้ใช้ข้อความว่า “ปราศจาก/ไม่ใช้น้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ซึ่งเป็นแหล่งหลักของไขมันทรานส์” และแสดงปริมาณไขมันทรานส์ได้เฉพาะในกรอบโภชนาการแบบเต็มร่วมกับการแสดงส่วนประกอบอื่นๆ เท่านั้น โดยให้แสดงไว้ที่ตำแหน่งใต้ไขมันอิ่มตัว และใช้หลักเกณฑ์เดียวกับไขมันอิ่มตัว และเพื่อให้เป็นธรรม อย.จะมีการตรวจสอบว่าข้อความดังกล่าวเป็นจริง โดยการส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ ซึ่งต้องไม่เจอจริงๆ ถึงจะไม่เป็นการโอ้อวด ในกรณีฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี และปรับตั้งแต่ 5 พันบาท ถึง 2 หมื่นบาท รศ.ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวล คือ ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการระบุหน้าซองว่า ไขมันทรานส์ 0% เกรงว่า จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดว่า อาหารชนิดนั้นบริโภคได้มาก ไม่มีไขมันทรานส์ แต่ที่จริงยังมีไขมันอิ่มตัวในปริมาณสูงไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก อย่างไรก็ตาม ไขมันทรานส์ยังสามารถพบได้ในอาหารตามธรรมชาติ แต่พบเป็นจำนวนน้อย โดยปริมาณไขมันทรานส์ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ คือ จะต้องไม่เกิน 1% ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมด ซึ่งวันหนึ่งควรได้รับพลังงาน 2,000 แคลอรี ดังนั้น ใน 1 วัน ต้องได้รับเพียง 2 กรัม หรือ 0.5 กรัมต่อหน่วยบริโภค ทั้งนี้ สถาบันโภชนาการได้สุ่มสำรวจการปนเปื้อนไขมันทรานส์ในผลิตภัณฑ์อาหารจำนวน 162 ตัวอย่าง พิจารณาจากปริมาณไขมันทรานส์ที่ WHO แนะนำ พบว่า ไขมันอิ่มตัวสูงกว่าเกณฑ์ 53% ไขมันทรานส์สูงกว่าเกณฑ์ 13% และมีไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัวน้อยกว่าเกณฑ์ 34% สรุปว่า พบการปนเปื้อนไขมันทรานส์น้อยกว่าเมื่อเทียบกับไขมันอิ่มตัว สะท้อนว่า แม้ไขมันทรานส์จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าไขมันอิ่มตัว แต่การได้รับไขมันทรานส์ในวิถีชีวิตประจำวันของคนไทยน้อยกว่าการรับไขมันอิ่มตัว ซึ่งการแก้ปัญหาของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันไปตามบริบทการกินอาหาร ซึ่งหลายประเทศแก้ปัญหาด้วยการแบนไขมันทรานส์ แต่ประเทศไทยก็ไม่ต้องการให้ประชาชนได้รับความเสี่ยง จึงต้องมีการออกเป็นกฎหมาย ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนตระหนักในเรื่องของการรับประทานอาหารโดยการปรับเปลี่ยนรับประทานอาหารที่หลากหลาย และอย่าตื่นตระหนกจนเกินไป ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. กล่าวว่า ขณะนี้สังคมยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับไขมันทรานส์ และเกิดความตื่นตระหนกในการบริโภค สสส.จึงร่วมกับ อย. สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และเครือข่ายคนไทยไร้พุง จัดทำสื่อความรู้ที่เข้าใจง่ายและถูกต้องทางวิชาการเรื่อง “ความจริงไขมันทรานส์” เพื่อสื่อสารความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริโภค อาทิ อาหารที่มีส่วนผสมของเนยขาว เนยเทียม เป็นส่วนประกอบผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ตามปกติในปริมาณที่เหมาะสม เพราะผู้ประกอบการได้ปรับสูตรและกระบวนการผลิตของเนยขาวและเนยเทียมที่ไม่ทำให้เกิดไขมันทรานส์แล้ว นพ.ฆนัท ครุฑกุล เครือข่ายคนไทยไร้พุง แพทย์ผู้เชียวชาญด้านหัวใจและโภชนาการวิทยาคลินิก โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า กล่าวว่า ไขมันทรานส์จะไปเพิ่มไขมันตัวร้ายและลดไขมันดี มีผลต่อสุขภาพในเรื่องหัวใจและหลอดเลือด และเพิ่มความเสี่ยงในเรื่องความจำเสื่อม เบาหวาน และมะเร็งบางชนิด และภาวะโรคอ้วนได้มากขึ้น แต่ในการได้รับไขมันทรานส์จากอาหารตามธรรมชาติไม่ต้องกังวล เพราะไขมันทรานส์จำนวนมากๆนั้นเกิดจากกระบวนการทางอุตสาหกรรม โดยขณะนี้ที่ประชาชนเกิดความกังวลว่าการทอดซ้ำจะเกิดไขมันทรานส์หรือไม่นั้น การทอดซ้ำนั้นไม่ได้มีการเติมไฮโดรเจนบางส่วน แต่กระบวนการสามารถทำให้เกิดได้แต่ไม่มาก ซึ่งควรจะไปกังวลในเรื่องไฮโดรคาร์บอนที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งมากกว่า ทั้งนี้ ไขมันทรานนส์เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือของหลายภาคส่วนเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพที่ดี แต่ประชาชนก็ไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะการที่จะมีสุขภาพที่ดีนั้นต้องมาจากการปรับชีวิต การกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยการกินอาหารที่มีประโยชน์ การลดอาหารทอด อาหารมัน กินเค้ก กินขนมได้ แต่ในปริมาณที่น้อยลง อย่าวิตกกังวลมากเกินไป ก็จะทำให้สุขภาพดีขึ้น Manager online 24.07.18

อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม







   




   
   
   

 

 

This site is copyright @ 2005 สำนักหอสมุดและศูนย์สารสนเทศวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
75/7 ถ.พระรามหก แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400
โทรศัพท์ : 0 2201 7252-6  โทรสาร : 0 2201 7251,65  e-mail : info@dss.go.th

Friday August 24, 2018 7:23 AM 8:49 PM
หน่วยงานนี้ทำข้อมูลโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการศึกษาค้นคว้าเท่านั้น มิใช่เพื่อการแสวงหาผลกำไร