*31...
  สบู่เปลือกมังคุดสูตร 1
.: HOME
 
  ส่วนประกอบ
  1. น้ำมันมะพร้าว 120 กรัม
2. น้ำมันปาล์ม 80 กรัม
3. น้ำมันมะกอก 200 กรัม
4. โซเดียมไฮดรอกไซด์ 58 กรัม
5. น้ำเปลือกมังคุด 70 กรัม
6. น้ำ 70 กรัม
  กรรมวิธี
  ขั้นตอนการเตรียมน้ำเปลือกมังคุด
1. นำเปลือกมังคุดสดที่เหลือทิ้งจากการรับประทาน ไปตากแดดให้แห้งสนิทหรือจะนำไปอบแห้งในเครื่องอบก็ได้
2. นำไปบดให้เป็นผง ด้วยการตำในครก
3. นำผงเปลือกมังคุด หนัก 1 ส่วน ผสมกับน้ำสะอาด หนัก 10 ส่วน ต้มให้เดือด
4. ทิ้งให้เย็น แล้วกรองเอากากออกด้วยผ้าขาวบาง ก็จะได้น้ำเปลือกมังคุดที่จะใช้ผสมในสบู่
ขั้นตอนการทำสบู่เปลือกมังคุด
1. ชั่งน้ำสะอาดหนัก 70 กรัม เทใส่ลงในชามแก้วแล้วชั่งโซเดียมไฮดรอกไซด์ หนัก 58 กรัม แล้วค่อยๆ เทลงในน้ำในชามแก้ว ใช้ช้อนคนให้โซเดียมไฮดรอกไซด์ละลายน้ำให้หมดเมื่อละลายหมดจะได้สารละลายน้ำให้หมด เมื่อละลายหมดจะได้สารละลายด่างใส ไม่มีสี ขณะที่ผสมสารละลายด่างนี้ อุณหภูมิของสารละลายจะเพิ่มสูงขึ้นเอง ขึ้นไปถึง 80-90 องศาเซลเซียส ให้ตั้งทิ้งไว้สักครู่ให้อุณหภูมิลดลงมาเหลือประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส โดยใช้เทอร์โมมิเตอร์วัด ขั้นตอนนี้ควรทำด้วยความระมัดระวังเพราะเกล็ดโซเดียมไฮดรอกไซด์และสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด์มีฤทธิ์ในการกัดผิวหนังจึงไม่ควรสัมผัส ไอระเหยขณะผสมสารละลาย ก็ไม่ควรสูดดม
2. ชั่งน้ำมันทั้งสามชนิดตามน้ำหนักที่กำหนด แล้วเทรวมกันลงในชามสแตนเลส แล้วนำไปตั้งไฟอ่อน ๆ เพื่ออุ่นน้ำมันให้มีอุณหภูมิประมาณ 40-45 องศาเซลเซียส โดยใช้เทอร์โมมอเตอร์วัดแล้วยกลงจากไฟ
3. เทสารละลายด่างจากชามแก้วในข้อ 1 ลงในน้ำมันที่อยู่ในชามสแตนเลส การผสมสารละลายด่างกับน้ำมัน อุณหภูมิของทั้งสองอย่างควรใกล้เคียงกัน คือ 40-45 องศาเซลเซียส
4. เทน้ำเปลือกมังคุด หนัก 70 กรัม ลงในส่วนผสมในข้อ 3 แล้วใช้ไม้พายกวนส่วนผสมทันที กวนให้ส่วนผสมให้เข้ากันไปเรื่อย ๆ การกวนนี้จะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ส่วนผสมจึงจะเริ่มจับคัวเหนียวข้นคล้ายนมสดหรือน้ำสลัด เมื่อเหนียวข้นดีแล้วก็ได้เทลงแบบ
5. ตั้งทิ้งไว้นาน 6-8 ชั่วโมง หรือข้ามคืน สบู่จะจับตัวเป็นก้อนแข็ง ถ้าแข็งดีแล้วให้เอาออกจากแบบ เก็บต่อไปอีกนาน 2-4 สัปดาห์จึงนำมาใช้ได้
  เทคโนโลยีการผลิต / เครื่องมืออุปกรณ์
  1. เทอร์โมมิเตอร์
2. เครื่องชั่ง
3. ผ้าขาวบาง
4. ชามแก้ว
5. ชามสแตนเลส
6. แบบพิมพ์สบู่
  แหล่งที่มา
  วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 3/2545
 
.: MENU
.: BACK