พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับทูลเกล้า ฯ ถวายพระเกียรติ ให้ทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสัตว์ วิทยาสมาคมแห่งสหราชอาณา
จักร บรรดาประมุขของต่างประเทศในยุโรปอเมริกาต่างพากันตระหนักดีว่า ทรงสนพระทัย วิทยาศาสตร์ยิ่งนักในจำนวนเครื่องราชบรรณาการ จึงมักมีเครื่องมือและหนังสือทางวิทยาศาสตร์รวมอยู่ด้วยเสมอ
เช่น พระนางเจ้าวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ได้ถวายกล้องโทรทรรศน์ ซึ่งเซอร์ ยอนบาวริ่ง ได้บันทึกไว้ว่า กล้องที่ นำมาถวายมีคุณภาพต่ำกว่ากล้องโทรทรรศน์ที่ทรงมีอยู่แล้วเสียอีก กล่าวกันว่าในห้องส่วนพระองค์จะมีเครื่องมือวิทยาศาสตร์ เหมือนห้องนักปราชญ์ ราชบัณฑิตที่มีชื่อเสียงและมั่งคั่งของโลกในสมัยนั้นทีเดียว


     ในยุคร่วมสมัยของพระองค์นั้น นักดารา-ศาสตร์กำลังสนใจ "ปัญหาของสามวัตถุ" (Three Body Problem) และ "ปัญหาของนานาวัตถุ" (N-Body Problem) นักคิดในสมัยนั้นหรือก่อนหน้านั้น และหลังจากนั้นจะพยายามค้นหาวิธีคำนวณตำแหน่งดวงจันทร์ ซึ่งโคจรรอบโลกภายใต้แรงรบกวนจากดวงอาทิตย์ และทั้งโลกและดวงจันทร์ขณะเมื่อโคจรรอบดวงอาทิตย์นั้น ก็ยังได้รับแรงรบกวนจากดาวเคราะห์ดวงอื่นด้วย ดังนั้นจึงถือได้ว่ายุคของพระองค์นั้น โลกของวิทยาศาสตร์ คือ การแก้ปัญหาทั้งสองนี้ เป็นงานวิจัยหลักในสาขาดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ และคณิตศาสตร์ ปรากฏว่าพระองค์ได้ทรงเข้าร่วมในงานวิจัยนี้ด้วย โดยได้ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคา ซึ่งการคำนวณเช่นนี้จะต้องแบ่งขั้นตอนออกเป็น 3 ขั้น คือ
     1. การคำนวณหาตำแหน่งของดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ โดยใช้ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของดวงจันทร์ (Theory of Lunar Motion) ซึ่งในสมัยนั้นยังดำเนินการศึกษาวิจัยกันอยู่ในต่างประเทศ ในช่วงเวลานี้ สันนิษฐานว่าพระองค์ได้ทรงเริ่มทำการศึกษาวิจัยแล้ว กล่าวคือ พระองค์ได้ทรงเริ่มต้นศึกษา Lunar Theory ประมาณ ค.ศ. 1863 (พ.ศ.2406)
ปรากฏว่า พระองค์ทรงสามารถคำนวณตำแหน่งเทหวัตถุหลักของการเกิดสุริยุปราคานี้ได้อย่างถูกต้อง
    2. หลังจากทำการคำนวณตำแหน่งดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ได้แล้ว จะต้องทำการคำนวณเพื่อตรวจสอบว่า จะมีโอกาสเกิดอุปราคาได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ผ่านไป ถ้าสามารถเกิดได้จึงจะคิดคำนวณขั้นต่อไป
    3. ทำการคำนวณว่าการเกิดอุปราคาครั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้ การเกิดสุริยุปราคาจะมีลักษณะอย่างไร ชนิดมืดหมดดวงหรือชนิดวงแหวนหรือชนิดมืดบางส่วน จะเห็นได้ที่ไหน และเวลาเท่าไรถึงเท่าไรตามระบบเวลามาตรฐาน ซึ่งจะต้องนำมาใช้ในการคำนวณด้วยตลอดตั้งแต่ต้น
     พระองค์ทรงคำนวณได้อย่างถูกต้อง ทั้งในลักษณะของการเกิด เวลาที่เกิด และตำบลที่จะสังเกต ซึ่งเมื่อได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบจากหลักฐานการคำนวณของหอดูดาวกรีนิชแล้ว ปรากฏว่าระบบคำนวณของพระองค์ถูกต้อง แต่ตัวเลขของพระองค์ไม่มีในระบบของ
กรีนิช แสดงว่าพระองค์ได้ทรงคำนวณขึ้นมาด้วยพระองค์เอง มิได้นำเอาผลการคำนวณของฝรั่งมาดัดแปลงประยุกต์สำหรับประเทศไทยแต่อย่างใด ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ว่า
     1. พระองค์ทรงคำนวณด้วยวิธีทางดาราศาสตร์และคณิตศาสตร์ชั้นสูง จะใช้การคำนวณด้วยวิธีของโหราศาสตร์มิได้
     2. ต้องคำนวณด้วยพระองค์เองทั้งสามขั้นตอน
     3. หลักฐานทางฝ่ายกรีนิชนั้นแสดงให้เห็นว่า ไม่เปิดโอกาสให้สามารถนำเอาตัวเลขในนั้นมาทำการคำนวณเพิ่มเติมต่อ เพื่อหาว่าการเกิดคราสครั้งนั้นจะเห็นในเมืองไทยในลักษณะใดเวลาเท่าใด
     4. พระองค์ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคาครั้งนั้นล่วงหน้าถึงสองปี ในสมัยนั้นเป็นไปไม่ได้ที่หลักฐานการคำนวณของกรีนิชจะทำสำเร็จ และส่งมาถึงพระองค์ก่อนเวลาได้นานถึงเพียงนั้น
     5. การคำนวณของทางฝ่ายกรีนิชแสดงแต่เฉพาะแนวศูนย์กลาง ของการเดินทางของเงามืดผ่านบริเวณภาคใต้ของประเทศไทยเป็นเส้น Locus เพียง 1 เส้นเท่านั้น แต่ผลการคำนวณของพระองค์ท่าน ได้พยากรณ์ว่าการเกิดคราสครั้งนั้นจะเห็นมืดหมดทั้งดวง ตั้งแต่ชุมพรขึ้นมาถึงปราณบุรี แต่ที่กรุงเทพ-มหานครจะเห็นดวงอาทิตย์ถูกดวงจันทร์บังไม่หมดดวง โดยจะเห็นดวงอาทิตย์ขณะเกิดคราสเต็มที่ที่กรุงเทพ โผล่พ้นดวงจันทร์ออกมาทางด้านทิศเหนือประมาณหนึ่งในสิบส่วน พระองค์ทรงคำนวณได้อย่างถูกต้อง โดยมิได้ทรงอาศัยข้อมูลจากการคำนวณของฝ่ายต่างประเทศ แล้วยังทรงสามารถคำนวณได้โดยละเอียด
     พระองค์ได้ทรงมีพระราชนิพนธ์อธิบายถึงสุริยุปราคา ที่ได้เห็นที่หว้ากอเป็นอย่างไร และเพื่อให้ได้ทราบกันตามจริง จึงมีรับสั่งให้คัดลอกแบบกันต่อไปถึงเกือบ 50 ราย นับเป็นการเผยแพร่ความรู้ที่ถูกต้องอีกวิธีหนึ่ง
     พระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในเรื่องวิทยาศาสตร์เป็นที่ยอมรับและปรากฏเด่นชัดแก่บรรดานักปราชญ์ นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ในฐานะที่ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่แท้จริง ทรงพระปรีชาสามารถในการคำนวณสถานที่ที่จะดู และเวลาสุริยุปราคาหมดดวงได้อย่างถูกต้อง ชัดเจนโดยไม่คลาดเคลื่อนเลย นับว่าพระองค์ทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ไทยคนแรกที่มีชื่อเสียงโด่งดังปรากฏไปทั่วโลกในนาม "คิงมงกุฎ" เซอร์ แฮรี่ ออด (Sir Hary Orde) ผู้สำเร็จราชการมลายู ณ เมืองสิงคโปร์ มีความเห็นว่าพระองค์ทรงพระปรีชาชาญในวิทยาศาสตร์ ทรงคำนวณวันที่จะเกิดสุริยุปราคาไว้ล่วงหน้าถึง 2 ปีว่าจะเกิดในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411 โดยที่เส้นศูนย์ของอุปราคาจะผ่านมาใกล้ที่สุด ณ ตำบลหว้ากอ ในพระราชอาณาจักรสยามทางฝั่งทะเลตะวันออกของแหลมมลายูตรงเส้นละติจูด 11 องศา 38 ลิปดา ทิศเหนือ และเส้นลองจิจูด 99 องศา 39 ลิปดา ทิศตะวันออก อยู่เกือบชิดเชิงเขาหลวงสูง 4,236 ฟุต อันเป็นที่บนพื้นโลก ซึ่งอุปราคาจะปรากฏหมดดวงนานที่สุดด้วย
     การที่พระองค์ทรงเชิญนักวิทยาศาสตร์ของประเทศมหาอำนาจที่รุ่งเรืองในขณะนั้น คือ อังกฤษ และฝรั่งเศส โดยเฉพาะเซอร์ แฮรี่ ออด ผู้สำเร็จราชการมลายู ณ เมืองสิงคโปร์ และภริยา มาร่วมดูสุริยุปราคา ณ ตำบลหว้ากอ แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้เชิญชาวต่างประเทศทุกคนที่ทำงานหรือรับราชการอยู่ในกรุงเทพมหานคร มาร่วมดูด้วยเป็นพิเศษ มีเรือรบที่สำคัญของอังกฤษ 3 ลำ ได้แก่ เรือรบหลวงกราสฮอปเปอร์ เรือรบหลวงซาแคลไลท์ เรือราชการต่างประเทศไปโห เรือรบของฝรั่งเศส 2 ลำคือ เรือรบหลวงเฟรลอง เรือรบหลวงซาร์ท และเรือของไทยมี 5 ลำ คือ เรือพระที่นั่งอรรคราชวรเดช เรืออรรคเรศรัตนาสน์ เรือสยามูปสดัมภ์ เรือยงยศอโยชฌิยา เรือขจรชลคดี รวมเรือรบและเรือราชการต่างประเทศสำคัญ ๆ ทั้งสิ้น 10 ลำ สำหรับบรรดาแขกต่างประเทศจำนวนมาก
     นอกจากจะได้มารับทราบถึงพระปรีชาสามารถในทางวิทยาศาสตร์ของพระองค์ด้วยตนเองแล้ว ก็ยังได้มาเห็นวิธีการทูตสมัยใหม่ที่มีการปฏิรูปหลายอย่างตามที่กล่าวแล้วข้างต้น เป็นโอกาสที่พระองค์ได้ประจักษ์พยานทั้งที่เป็นชาวต่างประเทศมากมาย และพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมทั้งเสนาบดี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จำนวนมากเช่นกัน ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ ได้ทรงเพิ่มพูนสัมพันธไมตรีอันอบอุ่นประทับใจในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงขนบธรรมเนียมในพิธีการทูต และพิธีการในราชสำนักให้ทันสมัยขึ้นจนเป็นที่ประหลาดใจแก่ชาวต่างประเทศมาก และทั้งพระปรีชาสามารถของพระองค์ในฐานะนักวิทยาศาสตร์คนแรกของไทย และขององค์รัชทายาท คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานาถ ในโอกาสอันสำคัญยิ่งครั้งนั้นด้วย
     พระราชกรณียกิจ 10 วันที่ตำบลหว้ากอของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครั้งนั้น นับเป็นประวัติศาสตร์ได้อย่างดีที่สุด
     นอกจากที่พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถทางวิทยาศาสตร์ดังกล่าวแล้ว พระองค์ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านดาราศาสตร์เดินเรือ (Celestral Navigation) ด้วย คือ ทรงสามารถหาตำแหน่งเส้นรุ้งเส้นแวงของเรือพระที่นั่งกลไฟกลางทะเลด้วยพระองค์เอง โดยทรงวัดมุมสูงของดวงอาทิตย์ด้วยกล้องเซกสแตนท์ (Sextant) เทียบกับเส้นแวงที่ผ่านเมอริ-เดียนของพระที่นั่งภูวดลทัศนัย ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นแห่งการนำเอาวิทยาการแผนใหม่มาใช้ในประเทศ โดยที่พระองค์ทรงเป็นผู้ดำเนินการด้วยพระองค์เอง ด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระอัจฉริยภาพอันสูงส่ง (สมบัติ จำปาเงิน 2533 : 8-13)


   
- -> พระบิดาวิทยาศาสตร์ไทย
- -> การวางพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของไทย
- -> ผลงานทางด้านการวิจัย
- -> ทอดพระเนตรดาวหาง

Develop : bushido # 01 MSN : bushido@chula.com
Copyright 2004 © patum.Biz All rights researved.
Department : Patumkongka Computer and Internet Club
Location : 920 sukhumvit Rd. pakranong klongtery bangkok 10110
Tel : 0-2381-9999,0-2381-9888,0-2391-2444 Fax : 0-2390-2288