รายชื่อบทความแฟ้มข้อมูลเฉพาะเรื่อง (Information File - IF) ประจำเดือน ธันวาคม 2566

IF 17 (107)

Validation of the AnticFastVR Beta-Lactams Rapid Test Kit for detection of Beta-Lactams (Penicillins and Cephalosporins) in raw cow’s milk: AOAC performance tested methodSM 032303

IF 35 (336)

Biohybrid adsorbent for the preconcentration of lead and its determination in fruit juices by electrothermal atomic absorption spectrometry

IF 51 (306)

A three-dimensional tire ring on elastic foundation model in rolling contact with application to intelligent tires

IF 51 (307)

Sulfur vulcanization of low- versus high-unsaturated rubbers (IIR and EPDM versus NR and BR): part ii—network structure and tensile properties

IF 90 (124)

Soft sensor based on Raman spectroscopy for the in-line monitoring of metabolites and polymer quality in the biomanufacturing of polyhydroxyalkanoates

IF 107 (147)

Rice straw-based sustainable food packaging material with improved strength and barrier properties: development and characterization

IF 108 (126)

A review on microstructures and mechanical properties of protective nano-multilayered films or coatings

IF 112 (63)

Kraft pulp viscosity as a predictor of paper strength: its uses and abuses

IF 137 (111)

Effects of different binder types and concentrations on physical and quality properties in marigold (Tagetes erecta L.) seed pelleting

IF 137 (112)

Thin layer drying kinetics and mathematical modeling of moisture diffusivity in Cocoa Pod Husk (CPH)

***หากต้องการเอกสารฉบับเต็ม โปรดติดต่อเจ้าหน้าทางอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.**

ชื่อสารเคมี

สูตรเคมี

ความเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เกณฑ์กำหนดมาตรฐานภายในประเทศ

เกณฑ์กำหนดมาตรฐานต่างประเทศ

ห้องปฏิบัติการที่ให้บริการทดสอบ

เบอร์โทร/อีเมลล์ติดต่อ

ได้รับการรับรอง/ ขึ้นทะเบียน

AOX

-

เป็นพิษต่อร่างกาย เป็นสารก่อมะเร็ง

ไม่สลายตัวทางชีวภาพ เป็นพิษสะสมในแหล่งน้ำ

ไม่มากกว่า 0.12 kg/ADT paper

0.12 kg/ADT paper

1. ห้องปฏิบัติการกลุ่มเส้นใยธรรมชาติ
กองวัสดุวิศวกรรม
กรมวิทยาศาสตร์บริการ

02-201-7121

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

มาตรา 5/ฉลากเขียว

 

 

2. ห้องปฏิบัติการทดสอบ บริษัท ทียูวี ไรน์แลนด์ (ประเทศไทย) จำกัด

02-326-2417

Rangrong.Tassanapayak

@tuv.com

ฉลากเขียว

 

pH

 

H+, OH

มีฤทธิ์กัดกร่อน ระบบสมดุลในร่างกายเปลี่ยนแปลง

ทำให้สมดุลน้ำเสีย ทำลายพื้นผิวที่เป็นหินอ่อนและหินปูน

5 6 pH

6.5 – 8.5 (WHO)

1. ห้องปฏิบัติการกลุ่มเส้นใยธรรมชาติ กองวัสดุวิศวกรรมกรมวิทยาศาสตร์บริการ

02-201-7121

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

ISO17025/

มาตรา 5/

ฉลากเขียว

 

2. สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ สาขาที่ 00002

02-7135492 ต่อ 547

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

ฉลากเขียว

 

3. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

02-441-5000

 

BOD

 

-

 

หากมีค่าสูง หมายถึงมีสารอินทรีย์มาก คุณภาพน้ำไม่ดี สัตว์น้ำได้รับออกซิเจนน้อยลง ระบบนิเวศอาจได้รับความเสียหาย

20 mg/L

 

5 mg/L (WHO สำหรับน้ำดื่ม)

10 mg/L (สหรัฐอเมริกา)

20 mg/L (สหราชอาณาจักร)

1. กลุ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม กองเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

 

02-201-7148

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

 

 

 

ISO17025

 

 

 

 

 

 

2. บริษัท เอส เอส ซี ออยล์ จำกัด

062-337-0067

sscoillab@thailand

wastemanagement.com

 

3. กองห้องปฏิบัติการ

สาธารณสุช กรมอนามัย

02-968-7603

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

4. บริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด (ยูเออี)

02-763-2898-99

uae@uae

consultant.com

 

ISO17025

 

5. บริษัท ไทยปาร์กเกอร์ไรซิ่ง จำกัด

02-324-6600

02-709-4900

 

ISO17025

6. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

02-441-5000

 

COD

-

ร่างกายอาจได้รับสารพิษหรือสารเคมีที่เจือปนอยู่ในน้ำ

หากมีค่าสูง หมายถึงคุณภาพน้ำไม่ดี หรือน้ำมีความสกปรกมาก เกิดมลพิษทางน้ำ

120 mg/L

 

120 mg/L (สำหรับน้ำดื่ม)

 

1. กลุ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม กองเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

02-201-7148

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

 

ISO17025

 

2. บริษัท เอส เอส ซี ออยล์ จำกัด

 

062-337-0067

sscoillab@thailand

wastemanagement.com

 

 

3. กองห้องปฏิบัติการ

สาธารณสุช กรมอนามัย

 

02-968-7603

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

 

4. บริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด (ยูเออี)

02-763 2898- 99

uae@uae

consultant.com

 

ISO17025

5. บริษัท ไทยปาร์กเกอร์ไรซิ่ง จำกัด

02-324-6600

02-709-4900

ISO17025

6. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

02-441-5000

 

SS

 

-

ส่งผลต่อระบบทางเดินอาหาร (ท้องเสีย อาเจียน)

ทำลายเหงือกปลา ส่งผลกระทบต่อระบบแลกเปลี่ยนแก๊สของสัตว์น้ำ ทำให้แสงแดดส่องลงมาในน้ำลดลง อุณหภูมิของน้ำลดลง

300 – 500 mg/L

100 mg/L

1. กลุ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม กองเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

 

02-201-7148

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

ISO17025

 

 

2. บริษัท เอส เอส ซี ออยล์ จำกัด

062-337-0067

sscoillab@thailand

wastemanagement.com

 

3. กองห้องปฏิบัติการ

สาธารณสุช กรมอนามัย

02-968-7603

02-324-6600

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

4. บริษัท ไทยปาร์กเกอร์ไรซิ่ง จำกัด

02-709-4900

 

ISO17025

 

5. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

02-441-5000

 

TDS

 

 

 

 

 

-

 

 

 

 

ทำให้เกิดนิ่วในไต

 

 

 

 

ทำให้น้ำขุ่น กระบวนสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชน้ำลดลง ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำ

 

 

 

 

2,400 – 2,800 mg/L

 

 

 

 

1,000 ppm

 

 

 

 

1. กลุ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม กองเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อุปโภค กรมวิทยาศาสตร์บริการ

02-201-7148

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

ISO17025

 

2. บริษัท เอส เอส ซี ออยล์ จำกัด

062-337-0067

sscoillab@thailand

wastemanagement.com

ISO17025

 

3. กองห้องปฏิบัติการสาธารณสุช กรมอนามัย

02-968-7603

02-324-6600

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

4. บริษัท ไทยปาร์กเกอร์ไรซิ่ง จำกัด

02-709-4900

 

 

5. คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

02-441-5000

 

3.1.1  สารเคมีที่ใช้ในการผลิตเยื่อกระดาษ

  

ชื่อสารเคมี

สูตรเคมี

ประเภทของสาร

ความเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ข้อมูล SDS (link)

หมายเหตุ

Sodium hydroxide NaOH 

ของเหลวไม่มีสี

ไม่มีกลิ่น 
 ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา

Link 1 Link 2 

ใช้ในกระบวนการต้มเยื่อแบบคราฟท์, ใช้ในกระบวนการต้มเยื่อแบบโซดา, สารฟอกเยื่อ 
Sodium sulfide Na2

ของแข็งสีขาวเหลือง
ไม่มีกลิ่น

ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา

Link 1 Link 2 

 ใช้ในกระบวนการต้มเยื่อแบบคราฟท์
Sulfurous acid H2SO3   ของเหลวไม่มีสี
กลิ่นฉุน
 ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา  Link ใช้ในกระบวนการต้มเยื่อแบบซัลไฟต์
Magnesium Bisulfite  Mg(HSO3)2  เป็นของเหลว เป็นพิษหากสูดดมหรือการกลืนกินและกัดกร่อน  Link ใช้ในกระบวนการต้มเยื่อแบบซัลไฟต์ 
Sodium bisulfite   NaHSO3

ของแข็งสีขาว
มีกลิ่นเล็กน้อย

 ระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง Link ใช้ในกระบวนการต้มเยื่อแบบซัลไฟต์ 
Sodium sulfite   Na2SO3  ของแข็งสีค่อนข้างขาว
ไม่มีกลิ่น
ทำให้เกิดการแพ้ที่ผิวหนัง  Link 1 Link 2 ใช้ในกระบวนการผลิตเยื่อกึ่งเคมี 
Sodium carbonate   Na2CO3  ของแข็งสีขาว
ไม่มีกลิ่น
ระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง   Link ใช้ในกระบวนการผลิตเยื่อกึ่งเคมี 
Sodium dithionite   NaOCl

ของแข็งสีขาว
มีซัลเฟอร์เล็กน้อย

 ระคายเคืองต่อดวงตาอย่างรุนแรง  Link สารฟอกเยื่อ
 Sodium peroxide  Na2O2

ของแข็งสีเหลืองอ่อน

ไม่มีกลิ่น 
ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา   Link สารฟอกเยื่อ
 Sodium Thiosulfate Na2S2O3   ของเหลวไม่มีสี
ไม่มีกลิ่น
ระคายเคือง แสบร้อนที่ผิวหนัง   Link  สารฟอกเยื่อ
 Calcium hypochlorite  Ca(ClO)2  ของแข็งสีขาวเทา
กลิ่นคล้ายคลอรีน
ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา  Link  สารฟอกเยื่อ
Chlorine dioxide ClO2

แก๊สไม่มีสี
กลิ่นเฉพาะตัวอ่อนๆ

- ระคายเคือง แสบร้อนที่ผิวหนัง
- สูดดม ทำให้เกิดแสบจมูกและลำคอ
- กลืน ทำให้เกิดการคลื่น ไส้ อาเจียน ปวดท้อง แต่มักไม่รุนแรง

Link สารฟอกเยื่อ
Hydrogen peroxide H2O2

ของเหลวไม่มีสี

ไม่มีกลิ่น
ทำให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรงและทำลายดวงตา  Link สารฟอกเยื่อ
Oxygen O2

แก๊สไม่มีสี

ไม่มีกลิ่น
-  Link สารฟอกเยื่อ
Ozone O3

แก๊สมีกลิ่นฉุน

มีสีฟ้าอ่อน
ระคายเคืองต่อดวงตาและทางเดินหายใจ Link  สารฟอกเยื่อ

3.1.2  เครื่องมือ/เครื่องจักร/วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ

                   3.1.2.1 การผลิตเยื่อเชิงกลจากไม้

                               - เครื่องผลิตด้วยหินบด (Stone ground wood, SGW) หรือเครื่องผลิตเยื่อด้วยจานบด (Refiner mechanical pulp, RMP)

                   3.1.2.2 การผลิตเยื่อเชิงเคมีจากไม้

                              - หม้อต้มเยื่อชนิดเดี่ยว (Batch digester) หรือหม้อต้มเยื่อแบบต่อเนื่อง (Continuous digester)

                   3.1.2.3 การฟอกเยื่อกระดาษ

                              - หอฟอกเยื่อกระดาษ (Bleaching tower)

                   3.1.2.4 การผลิตกระดาษด้วยเยื่อเวียนทำใหม่ หรือเยื่อกระดาษ

                                      1. เครื่องตีเยื่อกระดาษให้แตกออกเป็นเส้นใย (Hydra pulper)

                                      2. เครื่องคัดแยกเส้นใยจากน้ำเยื่อที่มีสิ่งสกปรกสูง (Contaminex)

                                      3. ขั้นตอนการทำความสะอาดเยื่อแบบหยาบ (Coarse screen) ประกอบด้วย เครื่องคัดแยกเส้นใยแบบเขย่า (Vibration Screen) และเครื่องกำจัดสิ่งแปลกปลอมความหนาแน่นสูงด้วยแรงเวี่ยงหนีศูนย์กลาง (High-consistency centrifugal separators หรือ HD cleaner)

                                      4. ขั้นตอนการทำความสะอาดเยื่อแบบละเอียด (Fine screen) ประกอบด้วย เครื่องคัดแยกเส้นใยด้วยแรงดัน (Pressure Screen) และเครื่องกำจัดสิ่งแปลกปลอมความหนาแน่นต่ำด้วยแรงเวี่ยงหนีศูนย์กลาง (Low-consistency centrifugal separators หรือ LC cleaner)

                                      5. เครื่องเพิ่มความเข้มข้นของน้ำเยื่อ (Thickener)

                                      6. เครื่องกำจัดหมึกพิมพ์และจุดสกปรก (Deinking หรือ Dispersing)

3.1.3 ขั้นตอนการผลิตเยื่อ

                   วัตถุประสงค์หลักของการผลิตเยื่อก็เพื่อต้องการแยกเส้นใยออกมาจากองค์ประกอบอื่นของไม้การผลิตเยื่อสามารถทำได้หลายวิธีทั้งโดยวิธีเคมีและเชิงกล เยื่อที่ได้จะนำไปผ่านการฟอกให้ขาว  ถ้าเป็นเยื่อที่ใช้สำหรับทำกระดาษที่ใช้เพื่อการสื่อสารต่าง ๆ ซึ่งจะเห็นว่าในขั้นตอนนี้จะต้องประกอบด้วยกรรมวิธีการผลิตเยื่อและการฟอกเยื่อ

                   3.1.3.1 กระบวนการผลิตเยื่อ (Pulping process) เยื่อมีหลายชนิดการเรียกชื่อขึ้นอยู่กับกรรมวิธีการผลิต ซึ่งประกอบด้วยรูปแบบต่าง ๆ ของพลังงานที่ใช้ ได้แก่ พลังงานความร้อน พลังงานเคมี และพลังงานกล แบ่งออกได้ดังนี้    

                   (1) กระบวนการผลิตเยื่อเชิงกล (Mechanical pulping process) ดังแสดงดังภาพที่ 3 จะใช้พลังงานกลควบคู่ไปกับพลังงานความร้อนในการแยกเส้นใยออกมา โดยชิ้นไม้จะถูกส่งเข้าเครื่องบด ซึ่งจะทำหน้าที่บดและตัดจนชิ้นไม้แหลกละเอียดเป็นเยื่อไม้ เยื่อที่ได้เรียกเยื่อไม้บดหรือเยื่อเชิงกลให้ผลผลิตเยื่อในช่วงมากกว่าร้อยละ 85 เยื่อไม้บดจะมีเนื้อค่อนข้างหยาบกระด้าง เส้นใยที่ได้จากเยื่อไม้บดนี้ส่วนใหญ่ไม่สมบูรณ์จะมีการขาดและตัดเป็นท่อน ๆ นอกจากนี้ยังมีมัดของเส้นใย (Bundle of fiber) ปนอยู่ด้วย ซึ่งจะเห็นได้ว่าในเยื่อไม้บดจะประกอบด้วย 1) Fines ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของเส้นใย 2) เส้นใย (Individual fiber) เส้นใยเดี่ยวไม่ค่อยสมบูรณ์ 3) มัดของเส้นใย ซึ่งประกอบด้วยเส้นใยหลายๆเส้นเกาะติดกันเป็นมัด ดังภาพที่ 4 และ 5

ภาพที่ 3 การผลิตเยื่อเชิงกล 

    

 ภาพที่ 4 แสดงส่วนละเอียด fine ของเยื่อไม้บด               ภาพที่ 5 แสดงเส้นใยของเยื่อไม้บด

         

                   เยื่อชนิดนี้เมื่อนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำกระดาษจะให้สมบัติตามส่วนประกอบทั้ง 3 คือ เส้นใยฝอยจะเพิ่มสมบัติด้านทึบแสง เส้นใยไม่ค่อยสมบูรณ์ และยังคงมีลิกนินตกค้างอยู่มากทำให้พันธะระหว่างเส้นใยต่ำเยื่อชนิดนี้จึงไม่เหมาะที่จะนำไปทำกระดาษที่ต้องรับแรงสูง เยื่อชนิดนี้มีราคาถูก เหมาะสำหรับทำสิ่งพิมพ์ ราคาถูก เช่น หนังสือพิมพ์ หรือใช้เป็นเยื่อชั้นในกระดาษแข็ง

                   (2) กระบวนการผลิตเยื่อกึ่งเคมี (Semi-chemical pulping process) เป็นกระบวนการผลิตเยื่อที่ต้องอาศัยทั้งพลังงานกลเช่นเดียวกับการผลิตเยื่อเชิงกล และมีการใช้พลังงานเคมีเข้ามาช่วยให้เส้นใยแยกตัวเป็นอิสระง่ายขึ้น สารเคมีที่ใช้ ได้แก่ โซเดียมซัลไฟต์ชนิดที่เป็นกลาง (Neutral sodium sulfite) โซเดียมคาร์บอเนต (Sodium carbonate) เยื่อที่ผลิตได้ ได้แก่ NSSC (Neutral sulfite semichemical) ซึ่งยังคงมีปริมาณลิกนินอยู่บ้างแต่น้อยกว่าปริมาณลิกนินในเยื่อเชิงกล เยื่อชนิดนี้นำไปผลิตกระดาษพิมพ์ดีดหรือกระดาษสมุดนักเรียน

                   (3) กระบวนการผลิตเยื่อเคมี (Chemical pulping process) การผลิตเยื่อตามกรรมวิธีนี้จะใช้ พลังงานเคมีและพลังงานความร้อนในการทำให้เส้นใยแยกจากกัน โดยชิ้นไม้จะถูกส่งเข้าหม้อต้มเยื่อ (Digester) ลิกนินออกไปเหลือส่วนที่ไม่ละลาย คือ เยื่อ เยื่อเคมีมีหลายชนิดเรียกชื่อตามสารเคมีที่ใช้ในการผลิต เช่น เยื่อซัลเฟต เยื่อซัลไฟท์และเยื่อโซดา เยื่อเคมีให้ผลผลิตเยื่อประมาณร้อยละ 40 เยื่อเคมีที่ได้จะมีลักษณะนุ่มมีสีค่อนข้างคล้ำ และเส้นใยที่ได้จะสมบูรณ์ ดังภาพที่ 8

                   เยื่อชนิดนี้มีปริมาณการใช้สูงมากเพราะสามารถพัฒนาศักยภาพของเส้นใยให้สามารถใช้งานได้อย่างกว้างขวางเหมาะทั้งใช้ในงานรับแรงและเพื่อการสื่อสาร ถ้าใช้ในงานรับแรง เช่นนำไปทำกระดาษบรรจุภัณฑ์ไม่จำเป็นต้องฟอก แต่ถ้าใช้เพื่อการสื่อสารจะต้องนำไปฟอกให้ขาวก่อน